วันศุกร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Save time 12 Friday Date 01 April 2016



Diary notes.



knowledge.

    
การจัดประสบการณ์
การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย




รูปแบบการจัดการศึกษา
  • การศึกษาปกติทั่วไป (Regular Education) 
  • การศึกษาพิเศษ (Special Education) 
  • การศึกษาแบบเรียนร่วม  (Integrated Education หรือ Mainstreaming) 
  • การศึกษาแบบเรียนรวม  (Inclusive Education) 


การจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ
       
      เด็กที่มีความต้องการพิเศษทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาได้ถ้าได้รับโอกาสในการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับความต้องการพิเศษของเขา


ความหมายของการศึกษาแบบเรียนร่วม 
(Integrated Education หรือ Mainstreaming)

 การจัดให้เด็กพิเศษเข้าไปในระบบการศึกษาทั่วไป
 มีกิจกรรมที่ให้เด็กพิเศษกับเด็กทั่วไปได้ทำร่วมกัน
 ใช้ช่วงเวลาช่วงใดช่วงหนึ่งในแต่ละวัน
 ครูปฐมวัยและครูการศึกษาพิเศษร่วมมือกัน





ความหมายของการศึกษาแบบเรียนรวม 
(Inclusive Education)
การศึกษาสำหรับทุกคน
รับเด็กเข้ามาเรียนรวมกันตั้งแต่เริ่มเข้ารับการศึกษา
จัดให้มีบริการพิเศษตามความต้องการของแต่ละบุคคล


Wilson , 2007
  • การจัดการเรียนการสอนที่ยึดปรัชญาของการอยู่รวมกัน (Inclusion) เป็นหลัก 
  • การสอนที่ดี เป็นการสอนที่ครูกับนักเรียนช่วยกันให้ทุกคนเป็นสมาชิกที่ดีของชุมชน 
  • กิจกรรมทุกชนิดที่จะนำไปสู่การสอนที่ดี (Good Teaching) ต้องคิดอย่างรอบคอบเพื่อหาหนทางให้นักเรียนทุกคนสามารถเรียนได้ 
  • เป็นการกำหนดทางเลือกหลายๆ ทาง


สรุปความหมายของการศึกษาแบบเรียนรวม
     
     - เป็นการจัดการศึกษาที่จัดให้เด็กพิเศษเข้ามาเรียนรวมกับเด็กปกติ โดยรับเข้ามาเรียนรวมกัน ตั้งแต่เริ่มเข้ารับการศึกษาและจัดให้มีบริการพิเศษตามความต้องการของแต่ละบุคคล
     - เด็กพิเศษทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาได้ถ้าได้รับโอกาสในการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับความต้องการพิเศษของเขา
     - เกิดจากปรัชญาการศึกษาที่กล่าวไว้ว่า การศึกษาสำหรับทุกคน (Education for All)
     - การเรียนรวม เป็นแนวคิดทางการศึกษาอย่างหนึ่งที่โรงเรียนจะต้องจัดการศึกษาให้กับเด็กทุกคนโดยไม่มีการแบ่งแยกว่าเด็กคนใดเป็นเด็กปกติ หรือเด็กคนใดเป็นเด็กที่มีความต้องการพิเศษ
     - เด็กเลือกโรงเรียนไม่ใช่โรงเรียนเลือกเด็ก
     - เด็กทุกคนที่ผู้ปกครองพาเข้ามาโรงเรียนทางโรงเรียนจะต้องรับเด็กไว้ และจะต้องจัดการศึกษาให้อย่างเหมาะสม และดำเนินการเรียนในลักษณะ รวมกัน ที่ทุกคนต่างเป็นส่วนหนึ่ง ของสังคม ทุกคนยอมรับซึ่งกันและกัน
     - ทุกคนยอมรับว่ามี ผู้พิการ อยู่ในสังคมและเขาเหล่านั้นต่างก็เป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่จะต้องใช้ชีวิตร่วมกันกับคนปกติ โดยไม่มีการแบ่งแยก


ความสำคัญของการศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย
      - ปฐมวัยเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดของการเรียนรู้
      - สอนได้
      - เป็นการจัดการศึกษาสำหรับเด็กพิเศษที่มีขีดจำกัดน้อยที่สุด


บทบาทครูปฐมวัย

ในห้องเรียนรวม




ครูไม่ควรวินิจฉัย

  การวินิจฉัย หมายถึงการตัดสินใจโดยดูจากอาการหรือสัญญาณบางอย่าง
  จากอาการที่แสดงออกมานั้นอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดได้

ครูไม่ควรตั้งชื่อหรือระบุประเภทเด็ก
  เกิดผลเสียมากกว่าผลดี
  ชื่อเปรียบเสมือนตราประทับตัวเด็กตลอดไป
  เด็กจะกลายเป็นเช่นนั้นจริงๆ

ครูไม่ควรบอกพ่อแม่ว่าเด็กมีบางอย่างผิดปกติ
  พ่อแม่ของเด็กพิเศษ มักทราบดีว่าลูกของเขามีปัญหา
  พ่อแม่ไม่ต้องการให้ครูมาย้ำในสิ่งที่เขารู้อยู่แล้ว
  ครูควรพูดในสิ่งที่เป็นความคาดหวังในด้านบวก แต่ต้องไม่ให้เกิดความหวังผิดๆ
  ครูควรรายงานผู้ปกครองว่าเด็กทำอะไรได้บ้าง เท่ากับเป็นการบอกว่าเด็กทำอะไรไม่ได้
  ครูช่วยให้ผู้ปกครองมีความหวังและเห็นแนวทางที่จะช่วยให้เด็กพัฒนา

ครูทำอะไรบ้าง
ครูสามารถชี้ให้เห็นถึงพฤติกรรมของเด็กในเรื่องที่เกี่ยวกับพัฒนาการต่างๆ
ให้ข้อแนะนำในการหาบุคลากรที่เหมาะสมในการประเมินผลหรือวินิจฉัย
สังเกตเด็กอย่างมีระบบ
จดบันทึกพฤติกรรมเด็กเป็นช่วงๆ

สังเกตอย่างมีระบบ
- ไม่มีใครสามารถสังเกตอย่างมีระบบได้ดีกว่าครู
- ครูเห็นเด็กในสถานการณ์ต่างๆ ช่วงเวลายาวนานกว่า
- ต่างจากแพทย์ นักจิตวิทยา นักคลินิก มักมุ่งความสนใจอยู่ที่ปัญหา

     การตรวจสอบ
- จะทราบว่าเด็กมีพฤติกรรมอย่างไร
- เป็นแนวทางสำคัญที่ทำให้ครูและพ่อแม่เข้าใจเด็กดีขึ้น
- บอกได้ว่าเรื่องใดบ้างที่เด็กต้องการความช่วยเหลือ

ข้อควรระวังในการปฏิบัติ
ครูต้องไวต่อความรู้สึกและตัดสินใจล่วงหน้าได้
- ประเมินให้น้ำหนักความสำคัญของเรื่องต่างๆได้
- พฤติกรรมบางอย่างของเด็กไม่ได้ปรากฏให้เห็นเสมอไป
    
     การบันทึกการสังเกต

- การนับอย่างง่ายๆ
- การบันทึกต่อเนื่อง
- การบันทึกไม่ต่อเนื่อง


การตัดสินใจ

  ครูต้องตัดสินใจด้วยความระมัดระวัง
  พฤติกรรมของเด็กที่เกิดขึ้น ไปขัดขวางความสามารถในการเรียนรู้ของเด็กหรือไม่



Skill

      กิจกรรมวาดภาพดอกบัว





          วิธีการ  ให้วาดรูปตามที่มองเห็น พร้อมบอกว่าเห็นอะไรในภาพ



สิ่งที่เห็นในภาพ ประกอบด้วย กลีบดอก เกสร ก้าน อับและละอองเรณู กลีบเลี้ยง และมีกลีบดอกทั้งหมด 14 กลีบ

 
         จากกิจกรรมสะท้อนให้เห็นว่า การมองเด็กพิเศษ ให้มองในสิ่งที่เขาเป็น มองในสิ่งที่เห็น ไม่ควรนำอารมณ์หรือความรู้สึกมาใช้ตัดสินเด็ก

Save time 11 Friday Date 25 March 2016



Diary notes.



knowledge.



 อาจารย์ประกาศผลคะแนนแก่นักศึกษา

 อาจารย์และนักศึกษาทบทวนและร่วมกันหาคำตอบ พร้อมเฉลยแบบทดสอบ
 อาจารย์มอบหมายงาน ให้นักศึกษาสืบค้นงานวิจัยที่เกี่ยวกับเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ พร้อมสรุปงานวิจัย ดังนี้
  1. ชื่อวิจัย/ชื่อผู้แต่ง/มหาวิทยาลัย
  2. ความสำคัญและความเป็นมาของงานวิจัย
  3. วัตถุประสงคของการวิจัย
  4. ตัวแปรที่ใช้ในการวิจัย
  5. นิยามศัพท์เฉพาะ
  6. ประชากร/กลุ่มตัวอย่าง
  7. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
  8. การดำเนินการวิจัย
  9. สรุปผลการวิจัย
  10. ความคิดเห็นของนักศึกษาที่มีต่องานวิจัยชิ้นนี้
       หมายเหตุ อ้างอิงจาก blog ของนางสาวรัตนาภรณ์  คงกะพันธ์ และนางสาวจงรักษ์  หลาวเหล็ก เนื่องจากไม่ได้เข้าเรียน (ลากิจ)
Save time 10 Friday Date 18 March 2016



Diary notes.



MIDTERM TEST
.

รายวิชา Inclusive Education Experiences Management for Early Childhood
การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย
ภาดเรียนที่ 2/2558

Save time 9 Friday Date 11 March 2016



Diary notes.



knowledge.



เด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์
(Children with Behavioral and Emotional Disorders)




  • มีความรู้สึกนึกคิดที่ผิดไปจากกติ
  • แสดงออกถึงความต้องการทำร้ายตนเองหรือผู้อื่น
  • มีความเชื่อมั่นในตนเองต่ำ
  • มีการควบคุมอารมณ์ให้อยู่ในสภาพปกตินานๆ ไม่ได้
  • ควบคุมพฤติกรรมบางอย่างองตนเองไม่ได้
  • ไม่สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างเรียบร้อย
ลักษณะของเด็กบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์
 ความวิตกกังวล (Anxiety) ซึ่งทำให้เด็กมีนิสัยขี้กลัว
 ภาวะซึมเศร้า (Depression) มีความเศร้าในระดับที่สูงเกินไป
 ปัญหาทางสุขภาพ และขาดแรงกระตุ้นหรือความหวังในชีวิต

การจำแนกเด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์ ตามกลุ่มอาการ

     ด้านความประพฤติ (Conduct Disorders)
          - ทำร้ายผู้อื่น ทำลายสิ่งของ ลักทรัพท์
          - ฉุนเฉียวง่าย หุนหันพลันเล่น และเกรี้ยวกราด
          - กลับกลอก เชื่อถือไม่ได้ ชอบโกหก ชอบโทษผู้อื่น
          - เอะอะและหยาบคาย
          - หนีเรียน รวมถึงหนีออกจากบ้าน
          - ใช้สารเสพติด
          - หมกมุ่นในกิจกรรมทางเพศ

     ด้านความตั้งใจและสมาธิ (Attention and Concentration)
          - จดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งในระยะสั้น (Short attention span) อาจไม่เกิน 20 นาที
          - ถูกสิ่งต่างๆ รอบตัวดึงความสนใจได้ตลอดเวลา
          - งัวเงีย ไ่แสดงความสนใจใดๆ รวมถึงมีท่าทางเหมือนไม่ฟังสิ่งที่ผู้อื่นพูด

     สมาธิสั้น (Attention Deficit)
          - มีลักษณะกระวนกระวาย ไม่สามารถนั่งนิ่งๆ ได้ หยุกหยิกไปมา
          - พูดคุยตลอดเวลา มักรบกวนหรือเรียกร้องความสนใจจากผู้อื่น
          - มีทักษะการจัดการในระดับต่ำ

     การถอนตัวหรือล้มเลิก (Withdrawal)
          - หลีกเลี่ยงการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น และมักรู้สึกว่าตนเองด้อยกว่าผู้อื่น
          - เฉื่อยชา และมีลักษณะคล้ายเหนื่อยตลอดเวลา
          - ขาดความมั่นใจ ขี้อาย ขี้กลัว ไม่ค่อยแสดงความรู้สึก

     ความผิดปกติในการทำงานของร่างกาย (Function disorder)
          - ความผิดปกติเกี่ยวกับพฤติกรรมการกิน (Eating Disorder)
          - การอาเจียนโดยการสมัครใจ (Voluntary Regurgitation)
          - การปฏิเสธที่จะรับประทาน
          - รับประทานสิ่งที่รับประทานไม่ได้
          - โรคอ้วน (Obesity)
          - ความผิดปกติของการขับถ่ายทั้งอุจจาระ และปัสสาวะ (Elimination disorder)

ภาวะความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์ระดับรุนแรง
  • ขาดเหตุผลในการคิด
  • อาการหลงผิด (Delusion)
  • อาการประสาทหลอน (Hallucination)
  • พฤติกรรมการทำร้ายตัวเอง

เด็กที่จัดว่ามีความบกพร่องทางพฤติกรรมที่รุนแรงมาก
 เด็กสมาธิสั้น
 เด็กออทิสติก





      เป็นภาวะผิดปกติทางจิตเวช มีลักษณะเด่นอยู่ 3 ประการ คือ
  • Inattentiveness
  • Hyperactivity
  • Impulsiveness
      Inattentiveness (สมาธิสั้น)
          - ทำอะไรได้ไม่นาน วอกแวก ไม่มีสมาธิ
          - ไม่สามารถจดจ่อกับงานที่กำลังทำได้นานเพียงพอ
          - มักใจลอยหรือเหม่อลอยง่าย
          - เด็กเล็กๆ จะเล่นอะไรได้ไม่นาน เปลี่ยนของเล่นไปเรื่อยๆ
           - เด็กโตมักทำงานไม่เสร็จตามที่สั่ง ทำงานตกหล่น ไม่ครบ ไม่ละเอียด

      Hyperactivity (ไฮเปอร์)
          - ซุกซนไม่ยอมอยู่นิ่ง ซนมาก
          - เคลื่อนไหวตลอดเวลา
          - เหลียวซ้ายแลขวา
          - ยุกยิก แกะโน้นเกานี้
          - อยู่ไม่สุข ปีนป่าย
          - นั่งไม่ติดที่
          - ชอบคุยส่งเสียงดังรบกวนคนรอบข้าง

      Impulsiveness (หุนหันพลันแล่น)
          - ยับยั้งตัวเองไม่ค่อยได้ มักทำอะไรโดยไม่ยั้งคิด วู่วาม
          - ขาดความยับยั้งชั่งใจ
          - ไม่อดทนต่อการรอคอย หรือกฎระเบียบ
          - ไม่อยู่ในกติกา
          - ทำอะไรค่อนข้างรุนแรง
          - พูดโพล่ง ทะลุกลางปล้อง
          - ไม่รอคอยให้คนอื่นพูดจบก่อน ชอบมาสอดแทรกเวลาคนอื่นคุยกัน

สาเหตุ
  • ความผิดปกติของสารเคมีบางชนิดในสมอง เช่น Dopamine Norepinephrine
  • ความผิดปกติในการทำงานของวงจรที่ควบคุมสมาธิ และการตื่นตัว อยู่ที่สมองส่วนหน้า (Frontal cortex)
  • พันธุกรรม
  • สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสมาธิสั้น
สมาธิสั้น ไม่ได้เกิดจากการอบรมเลี้ยงดูที่ผิดวิธีของพ่อแม่ และไม่ใช่ความผิดของเด็กที่ไม่สนใจ หรือไม่ใส่ใจ แต่ขึ้นอยู่กับการทำงานของสมองที่ควบคุมสมาธิของเด็ก



ยารักษาโรคสมาธิสั้นที่ใช้ในประเทศไทย

กระตุ้นสมอง เพิ่มสมาธิ

ลักษณะของเด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์
 อุจจาระ ปัสสาวะรดเสื้อผ้า หรือที่นอน
 ยังติดขวดนม หรือตุ๊กตาและของใช้ในวัยทารก
 ดูดนิ้ว กัดเล็บ
 หงอยเหงาเศร้าซึม 
 เรียกร้องความสนใจ
 หวั่นไหวง่ายต่อสิ่งเร้า
 ขี้อิจฉา ก้าวร้าว
 ฝันกลางวัน
 พูดเพ้อเจ้อ




เด็กพิการซ้อน
(Children with Multiple Handicaps)



  • เด็กที่มีความบกพร่องมากกว่าหนึ่งอย่าง เป็นเหตุให้เกิดปัญหาขัดข้องในการเรียนรู้อย่างมาก 
  • เด็กปัญญาอ่อนที่สูญเสียการได้ยิน
  • เด็กปัญญาอ่านที่ตอบอด
  • เด็กที่ทั้งหูหนวกและตาบอด



Save time 8 Friday Date 04 March 2016



Diary notes.



งดการเรียนการสอน


วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Save time 7 Friday Date 26 February 2016



Diary notes.



งดการเรียนการสอน
เนื่องจากเป็นช่วงของการสอบกลางภาค ระหว่างวันที่ 22 - 28 กุมภาพันธ์ 2559


Save time 6 Friday Date 19 February 2016



Diary notes.



งดการเรียนการสอน